ไปไกลกว่า "It Smells Good": Aroma, Scent, Odor, Fragrance, Musty และ Pungent

ไปไกลกว่า "It Smells Good": Aroma, Scent, Odor, Fragrance, Musty และ Pungent

คำที่ใช้บรรยายกลิ่นช่วยให้คุณอธิบายอาหาร ห้อง เสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด สภาพอากาศ ธรรมชาติ และความรู้สึกส่วนตัวได้ ในภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ประโยค "It smells good" และ "It smells bad" นั้นมีประโยชน์ แต่ก็มักจะกว้างเกินไป คุณอาจอยากบอกว่ากาแฟมีกลิ่นหอมเข้ม (rich aroma) ห้องมีกลิ่นอับ (musty) น้ำหอมมีกลิ่นดอกไม้ (floral scent) หรือถังขยะมีกลิ่นแรง (strong odor)

ภาษาที่ใช้เรื่องกลิ่นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนได้ เพราะมักฟังดูเป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าคุณเลือกคำอย่างระมัดระวัง คุณก็สามารถบรรยายสถานการณ์ได้โดยไม่ฟังดูหยาบคาย ประโยค "There is a strong odor in the hallway" (มีกลิ่นแรงในทางเดิน) สุภาพกว่า "This hallway stinks" (ทางเดินนี้เหม็น) ส่วน "The jacket smells musty" (เสื้อแจ็คเก็ตมีกลิ่นอับ) ก็ชัดเจนกว่า "The jacket is bad" (เสื้อแจ็คเก็ตไม่ดี)

ทำไมทักษะนี้จึงสำคัญ

กลิ่นส่งผลต่อความสบาย รสชาติ ความทรงจำ ความปลอดภัย และความสะอาด กลิ่นเปรี้ยวสามารถเตือนคุณได้ว่านมเก่าแล้ว กลิ่นควันอาจบ่งบอกว่ามีบางอย่างไหม้ กลิ่นอับอาจหมายความว่าห้องระบายอากาศไม่ดีหรือมีความชื้น กลิ่นสดชื่นอาจทำให้บ้านหรือสินค้ารู้สึกสะอาด

คำที่ใช้บรรยายกลิ่นยังปรากฏในคำชมและคำบ่นในชีวิตประจำวันด้วย คุณอาจชมอาหารมื้อหนึ่ง บรรยายเทียนหอม สอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด อธิบายว่าผ้าซักไม่แห้งดี หรือบอกเจ้าของบ้านเรื่องกลิ่นชื้น คำที่เฉพาะเจาะจงทำให้สิ่งที่คุณสื่อมีประโยชน์มากขึ้น

ข้อแตกต่างสำคัญ

ใช้ smell เป็นคำนามหรือคำกริยาทั่วไป ประโยค "What is that smell?" (นั่นกลิ่นอะไร) และ "The soup smells great" (ซุปกลิ่นหอมมาก) เป็นประโยคปกติ

ใช้ aroma สำหรับกลิ่นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะจากอาหาร กาแฟ ชา เครื่องเทศ หรือการปรุงอาหาร มักให้ความรู้สึกอบอุ่นและชวนดึงดูด

ใช้ scent สำหรับกลิ่นที่อาจจะน่าพอใจ อ่อน เป็นธรรมชาติ หรือถูกเติมเข้าไปในผลิตภัณฑ์ ดอกไม้ เทียน สบู่ และผู้คนสามารถมี scent ได้

ใช้ fragrance สำหรับกลิ่นที่น่าพอใจ มักเป็นน้ำหอม ดอกไม้ เทียน หรือผลิตภัณฑ์ความงาม ฟังดูเป็นทางการกว่า scent

ใช้ odor สำหรับกลิ่นที่สังเกตได้ มักเป็นกลิ่นที่ไม่น่าพอใจหรือกลาง ๆ พบบ่อยในการบรรยายเชิงปฏิบัติ เช่น "a chemical odor" (กลิ่นสารเคมี) "body odor" (กลิ่นตัว) "pet odor" (กลิ่นสัตว์เลี้ยง) หรือ "food odor" (กลิ่นอาหาร)

ใช้ musty สำหรับกลิ่นอับชื้นเก่า ๆ มักมาจากห้องเก่า ตู้ หนังสือ ผ้าขนหนู หรือเสื้อผ้า

ใช้ pungent สำหรับกลิ่นหรือรสที่แรงและฉุนมาก กระเทียม หัวหอม น้ำส้มสายชู ชีสรสจัด และเครื่องเทศบางชนิดสามารถเป็น pungent ได้

คำและวลีหลัก

  • smell: คำทั่วไปสำหรับสิ่งที่จมูกของคุณรับรู้
  • aroma: กลิ่นที่น่าพอใจ มักมาจากอาหารหรือเครื่องดื่ม
  • scent: กลิ่น มักเป็นกลิ่นอ่อน เป็นธรรมชาติ หรือถูกเติมเข้าไป
  • fragrance: กลิ่นที่น่าพอใจ มักมาจากน้ำหอมหรือดอกไม้
  • odor: กลิ่นที่สังเกตได้ มักไม่น่าพอใจ
  • stink: กลิ่นที่แย่มาก เป็นคำไม่เป็นทางการและรุนแรง
  • musty: มีกลิ่นอับและชื้น
  • pungent: ฉุน แรง และเข้มข้น
  • fresh: มีกลิ่นสะอาด ใหม่ หรือโปร่งสบาย
  • stale: เก่า จืด หรือไม่สด
  • sour: ฉุนและไม่น่าพอใจ เหมือนนมที่เสีย
  • smoky: มีกลิ่นเหมือนควันหรือไฟ
  • floral: มีกลิ่นเหมือนดอกไม้
  • citrusy: มีกลิ่นเหมือนมะนาว ส้ม หรือเกรปฟรุต
  • earthy: มีกลิ่นเหมือนดิน ไม้ เห็ด หรือฝน
  • chemical: มีกลิ่นเหมือนน้ำยาทำความสะอาด สี เชื้อเพลิง หรือสารเคมี
  • medicinal: มีกลิ่นเหมือนยาหรือน้ำยาฆ่าเชื้อ
  • sweet: มีกลิ่นหวาน เหมือนผลไม้ หรือเหมือนของหวาน
  • spicy: มีกลิ่นเหมือนเครื่องเทศ
  • subtle: อ่อนและไม่ชัดเจน
  • overpowering: แรงมากจนยากที่จะมองข้าม
  • lingering: ยังคงค้างอยู่ในอากาศหลังจากต้นกำเนิดของกลิ่นหายไปแล้ว

การจับคู่คำที่เป็นธรรมชาติ

วลีเหล่านี้มีประโยชน์ในการบรรยายของจริง:

  • a rich aroma (กลิ่นหอมเข้ม)
  • the aroma of coffee (กลิ่นหอมของกาแฟ)
  • a fresh scent (กลิ่นสดชื่น)
  • a floral fragrance (กลิ่นหอมแบบดอกไม้)
  • a strong odor (กลิ่นแรง)
  • a strange smell (กลิ่นแปลก ๆ)
  • a musty room (ห้องที่มีกลิ่นอับ)
  • musty towels (ผ้าขนหนูที่มีกลิ่นอับ)
  • a pungent smell (กลิ่นฉุน)
  • a smoky smell (กลิ่นควัน)
  • a sour odor (กลิ่นเปรี้ยว)
  • a chemical smell (กลิ่นสารเคมี)
  • a subtle scent (กลิ่นอ่อน ๆ)
  • an overpowering fragrance (กลิ่นหอมที่แรงเกินไป)
  • a lingering smell (กลิ่นที่ค้างอยู่)
  • smells fresh (มีกลิ่นสดชื่น)
  • smells stale (มีกลิ่นเก่าจืด)
  • smells like garlic (มีกลิ่นเหมือนกระเทียม)
  • gets rid of odors (กำจัดกลิ่น)
  • absorbs smells (ดูดซับกลิ่น)
  • air out the room (เปิดระบายอากาศในห้อง)

ประโยคตัวอย่าง

"The aroma of fresh bread filled the kitchen." (กลิ่นหอมของขนมปังสด ๆ อบอวลไปทั่วครัว)

"This candle has a light citrus scent, not a heavy perfume smell." (เทียนเล่มนี้มีกลิ่นส้มอ่อน ๆ ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมที่แรง)

"There is a strange odor coming from the refrigerator." (มีกลิ่นแปลก ๆ ออกมาจากตู้เย็น)

"The basement smells musty after all the rain." (ห้องใต้ดินมีกลิ่นอับหลังจากฝนตกหนัก)

"The garlic is delicious, but it has a pungent smell." (กระเทียมอร่อย แต่มีกลิ่นฉุน)

"My jacket smells smoky after sitting near the fire." (เสื้อแจ็คเก็ตของฉันมีกลิ่นควันหลังจากนั่งใกล้กองไฟ)

"The towel smells sour because it stayed wet too long." (ผ้าขนหนูมีกลิ่นเปรี้ยวเพราะเปียกชื้นนานเกินไป)

"The soap has a mild floral fragrance." (สบู่มีกลิ่นหอมดอกไม้อ่อน ๆ)

"Please open a window and air out the room." (กรุณาเปิดหน้าต่างและระบายอากาศในห้องด้วย)

"The smell of fried food lingered in the apartment." (กลิ่นของอาหารทอดยังคงค้างอยู่ในอพาร์ตเมนต์)

การบรรยายสถานการณ์จริง

การบรรยายกลิ่นที่ดีมักจะรวมแหล่งที่มาของกลิ่น ลักษณะของกลิ่น และผลกระทบ

อ่อน: "The room smells bad." (ห้องมีกลิ่นไม่ดี)

ดีกว่า: "The room smells musty, like damp towels or old carpet." (ห้องมีกลิ่นอับ เหมือนผ้าขนหนูชื้นหรือพรมเก่า)

อ่อน: "The coffee smell is good." (กลิ่นกาแฟดี)

ดีกว่า: "The coffee has a rich roasted aroma." (กาแฟมีกลิ่นหอมเข้มแบบคั่ว)

อ่อน: "The cleaner is too much." (น้ำยาทำความสะอาดมากเกินไป)

ดีกว่า: "The cleaner has an overpowering chemical smell." (น้ำยาทำความสะอาดมีกลิ่นสารเคมีที่แรงเกินไป)

คุณยังสามารถบรรยายความไม่แน่ใจอย่างสุภาพได้ด้วย เช่น "I notice a sour smell near the sink." (ฉันได้กลิ่นเปรี้ยว ๆ ใกล้อ่างล้างจาน) "There seems to be a strong odor in the hallway." (ดูเหมือนจะมีกลิ่นแรงในทางเดิน) "The closet smells a little musty." (ตู้เสื้อผ้ามีกลิ่นอับนิดหน่อย) ประโยคเหล่านี้เน้นที่สถานการณ์ ไม่ใช่การกล่าวโทษบุคคล

สำหรับกลิ่นที่น่าพอใจ ให้เลือกคำที่เข้ากับแหล่งที่มา อาหารและเครื่องดื่มมักมี aroma ดอกไม้ เทียน สบู่ และน้ำหอมมักมี scent หรือ fragrance ห้องและผ้าซักสามารถมีกลิ่น fresh ได้ สถานที่กลางแจ้งสามารถมีกลิ่น earthy piney (กลิ่นต้นสน) salty (กลิ่นเค็ม) หรือ smoky ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม

ข้อผิดพลาดที่ผู้เรียนพบบ่อย

อย่าใช้ perfume กับกลิ่นที่น่าพอใจทุกอย่าง perfume คือผลิตภัณฑ์ที่คนใช้ทา ดอกไม้มี fragrance หรือ scent กาแฟมี aroma

อย่าพูดว่า the smell is heavy ในทุกสถานการณ์ ให้พูดว่า strong overpowering rich หรือ pungent ขึ้นอยู่กับความหมาย

อย่าใช้ odor กับคำชม เว้นแต่บริบทจะเป็นเชิงเทคนิค ประโยค "This cake has a nice odor" ฟังดูไม่เป็นธรรมชาติ ให้พูดว่า "This cake smells great" หรือ "It has a wonderful aroma"

อย่าพูดว่า I smell bad smell ให้พูดว่า I smell something bad There is a bad smell หรือ Something smells bad

อย่าพูดว่า the room has humidity smell ให้พูดว่า the room smells musty there is a damp smell หรือ it smells like mildew

ระวังคำว่า stink เป็นคำไม่เป็นทางการและตรงไปตรงมา ใช้ได้แบบขำ ๆ กับเพื่อน แต่ในสถานการณ์ที่ต้องสุภาพ ให้ใช้ strong odor bad smell หรือ unpleasant smell

แบบฝึกหัดสั้น ๆ

เลือกคำหรือวลีที่เข้ากับแต่ละสถานการณ์

  1. กาแฟสด ๆ ในตอนเช้า: a rich _____
  2. เสื้อผ้าเปียกที่ทิ้งไว้ในถุง: a _____ smell
  3. กลิ่นกระเทียมที่แรงมาก: _____
  4. เทียนที่มีกลิ่นเหมือนดอกกุหลาบ: a floral _____
  5. กลิ่นถังขยะ: a bad _____
  6. กลิ่นที่ยังคงอยู่หลังทำอาหาร: a _____ smell

ตอนนี้ลองบรรยายกลิ่นสามอย่างรอบตัวคุณหรือจากความทรงจำ: หนึ่งกลิ่นที่น่าพอใจ หนึ่งกลิ่นที่ไม่น่าพอใจ และหนึ่งกลิ่นกลาง ๆ พยายามรวมแหล่งที่มาและลักษณะของกลิ่นไว้ด้วย เช่น "The hallway has a faint chemical smell from the cleaning spray." (ทางเดินมีกลิ่นสารเคมีจาง ๆ จากสเปรย์ทำความสะอาด)