วิธีอธิบายใบเสร็จและการคืนสินค้าเป็นภาษาอังกฤษ
คำศัพท์เกี่ยวกับใบเสร็จและการคืนสินค้าช่วยให้คุณอธิบายการซื้อได้อย่างชัดเจนหลังจากซื้อของบางอย่าง คุณอาจต้องใช้คำเหล่านี้เมื่อตรวจสอบใบเสร็จ ขอเงินคืน คืนสินค้าที่ขนาดผิด แจ้งสินค้าที่ขาดหายไป หรือเปลี่ยนสินค้าที่ชำรุด แทนที่จะพูดว่า "this paper is wrong" คุณสามารถพูดว่าใบเสร็จแสดงสินค้าผิด ส่วนลดหายไป ระยะเวลาคืนสินค้ายังไม่หมด หรือคุณต้องการเปลี่ยนสินค้า
ใบเสร็จบันทึกว่าซื้ออะไร ซื้อเมื่อไร ชำระเงินอย่างไร และคิดเงินไปเท่าไร การคืนสินค้าคือกระบวนการนำสินค้ากลับไปคืน การคืนเงินคือการได้เงินกลับมา การเปลี่ยนสินค้าคือการได้สินค้าอื่นแทน รายละเอียดเหล่านี้สำคัญเพราะร้านค้ามักมีกฎเกี่ยวกับระยะเวลา สภาพสินค้า บรรจุภัณฑ์ และหลักฐานการซื้อ
ความแตกต่างสำคัญ
Receipt คือเอกสารหรือข้อความที่พิสูจน์การซื้อ อาจเป็นแบบพิมพ์ ส่งทางอีเมล หรือแสดงในแอป
Item คือสินค้าหนึ่งชิ้นบนใบเสร็จ ใบเสร็จหนึ่งใบสามารถแสดงสินค้าหลายชิ้น โดยแต่ละชิ้นมีราคาของตัวเอง
Refund หมายถึงเงินที่คืนให้ลูกค้า อาจคืนกลับไปยังวิธีการชำระเงินเดิมหรือกลายเป็นเครดิตร้านค้า
Exchange หมายถึงการคืนสินค้าชิ้นหนึ่งและรับสินค้าอีกชิ้น มักเป็นขนาด สี หรือสินค้าทดแทนที่ต่างออกไป
Store credit คือมูลค่าที่คุณสามารถใช้ที่ร้านเดิมแทนการได้เงินคืนเข้าบัตรหรือเป็นเงินสด
Return window คือช่วงเวลาที่อนุญาตให้คืนสินค้า เช่น 14 วันหรือ 30 วัน
คำและวลีหลัก
- receipt: หลักฐานการซื้อ
- proof of purchase: หลักฐานที่แสดงว่าคุณซื้อสินค้า
- item: สินค้าหนึ่งชิ้นที่แสดงบนใบเสร็จ
- quantity: จำนวนหน่วยที่ซื้อ
- unit price: ราคาต่อสินค้าหนึ่งชิ้น
- subtotal: ยอดเงินก่อนภาษีหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมบางอย่าง
- tax: เงินที่รัฐบาลเพิ่มเข้าไป
- total: ยอดเงินสุดท้ายที่ชำระ
- payment method: วิธีที่คุณชำระเงิน เช่น บัตรหรือเงินสด
- refund: เงินที่คืนหลังจากการคืนสินค้าหรือการแก้ไข
- partial refund: คืนเงินเพียงบางส่วน
- full refund: คืนเงินทั้งหมด
- exchange: การเปลี่ยนสินค้าชิ้นหนึ่งเป็นอีกชิ้น
- replacement: สินค้าใหม่ที่ให้แทนชิ้นเดิม
- store credit: มูลค่าของร้านค้าแทนการได้เงินคืน
- return window: ช่วงเวลาที่อนุญาตให้คืนสินค้า
- return policy: กฎของร้านค้าสำหรับการคืนสินค้า
- original packaging: กล่อง ถุง ป้าย หรือบรรจุภัณฑ์จากการซื้อ
- damaged: ชำรุดหรือเสียหาย
- defective: ทำงานไม่ถูกต้อง
การจับคู่คำที่เป็นธรรมชาติ
ลองใช้ printed receipt, email receipt, digital receipt, proof of purchase, wrong item, missing item, damaged item, defective product, full refund, partial refund, store credit, return window, return policy, original packaging, exchange for a different size และ refund to the original card
ใช้คำกริยา เช่น return, refund, exchange, replace, scan, check, match, expire, process และ issue
"Can I get a refund?" (ขอเงินคืนได้ไหม)
"The receipt shows the wrong price." (ใบเสร็จแสดงราคาผิด)
"I would like to exchange this for a larger size." (ฉันอยากเปลี่ยนชิ้นนี้เป็นขนาดที่ใหญ่กว่า)
"The return window expires tomorrow." (ระยะเวลาคืนสินค้าจะหมดในวันพรุ่งนี้)
"The store issued a refund to my card." (ร้านคืนเงินเข้าบัตรของฉัน)
การจับคู่คำเหล่านี้พบได้บ่อยเพราะการสนทนาเรื่องการคืนสินค้าขึ้นอยู่กับหลักฐาน สภาพสินค้า ระยะเวลา และผลลัพธ์ที่คุณต้องการ
ตัวอย่างประโยค
"I need the receipt because the item was damaged." (ฉันต้องการใบเสร็จเพราะสินค้าชำรุด)
"The cashier gave me a printed receipt." (พนักงานเก็บเงินให้ใบเสร็จแบบพิมพ์แก่ฉัน)
"The email receipt lists two shirts, but I only bought one." (ใบเสร็จทางอีเมลแสดงเสื้อสองตัว แต่ฉันซื้อแค่ตัวเดียว)
"The return policy says unopened items can be returned within 30 days." (นโยบายการคืนสินค้าระบุว่าสินค้าที่ยังไม่เปิดสามารถคืนได้ภายใน 30 วัน)
"I would like a full refund, not store credit." (ฉันต้องการเงินคืนเต็มจำนวน ไม่ใช่เครดิตร้านค้า)
"Can I exchange this jacket for a smaller size?" (ฉันเปลี่ยนแจ็กเก็ตตัวนี้เป็นขนาดเล็กกว่าได้ไหม)
"The product is defective, so I need a replacement." (สินค้ามีตำหนิ ฉันจึงต้องการสินค้าทดแทน)
"The refund should go back to the original payment method." (เงินคืนควรกลับไปยังวิธีการชำระเงินเดิม)
"The item must be in its original packaging." (สินค้าต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์เดิม)
"They offered a partial refund because one part was missing." (พวกเขาเสนอคืนเงินบางส่วนเพราะมีชิ้นส่วนหนึ่งหายไป)
การอ่านใบเสร็จ
เมื่อคุณอ่านใบเสร็จ ให้มองหา item names, quantities, unit prices, discounts, tax และ total
"The quantity should be one, not two." (จำนวนควรเป็นหนึ่ง ไม่ใช่สอง)
"The unit price is correct, but the discount is missing." (ราคาต่อหน่วยถูกต้อง แต่ส่วนลดหายไป)
"The subtotal is right, but the tax looks too high." (ยอดรวมย่อยถูกต้อง แต่ภาษีดูสูงเกินไป)
"The total should match the amount on my card statement." (ยอดรวมควรตรงกับจำนวนเงินในใบแจ้งยอดบัตรของฉัน)
หากมีอะไรผิดพลาด ให้ชี้ไปที่บรรทัดนั้นและบรรยายปัญหา
"This item was scanned twice." (สินค้าชิ้นนี้ถูกสแกนสองครั้ง)
"This discount did not apply." (ส่วนลดนี้ไม่ถูกนำมาใช้)
"I returned this item, but I do not see the refund." (ฉันคืนสินค้าชิ้นนี้แล้ว แต่ไม่เห็นการคืนเงิน)
ภาษาที่เจาะจงเกี่ยวกับใบเสร็จได้ผลดีกว่าการพูดว่า "the bill is wrong"
การขอคืนสินค้าหรือเปลี่ยนสินค้า
เริ่มด้วยการบอกว่าคุณต้องการอะไร คือ a refund, an exchange, a replacement หรือ store credit
"I would like to return this." (ฉันอยากคืนชิ้นนี้)
"Can I exchange it for a different color?" (ฉันเปลี่ยนเป็นสีอื่นได้ไหม)
"Could I get a replacement? This one does not work." (ขอสินค้าทดแทนได้ไหม ชิ้นนี้ใช้งานไม่ได้)
"Is a refund possible, or only store credit?" (ขอเงินคืนได้ไหม หรือมีแค่เครดิตร้านค้า)
จากนั้นให้บอกเหตุผล
"It arrived damaged." (มาถึงในสภาพชำรุด)
"It is the wrong size." (ขนาดผิด)
"The product is defective." (สินค้ามีตำหนิ)
"I received the wrong item." (ฉันได้รับสินค้าผิดชิ้น)
ภาษาที่สุภาพและตรงประเด็นช่วยให้พนักงานตรวจสอบนโยบายและดำเนินการตามคำขอได้อย่างรวดเร็ว
ข้อผิดพลาดที่ผู้เรียนพบบ่อย
อย่าพูดว่า "return money" เมื่อคุณหมายถึง refund ให้พูดว่า "Can I get a refund?" หรือ "Will the store refund the money?"
อย่าสับสนระหว่าง receipt กับ recipe receipt พิสูจน์การซื้อ ส่วน recipe บอกวิธีปรุงอาหาร
อย่าพูดว่า "change this item" เมื่อคุณหมายถึง exchange ให้พูดว่า "I would like to exchange this item"
อย่าพูดว่า "the product is damage" ให้พูดว่า "the product is damaged" หรือ "the product was damaged when it arrived"
อย่าคิดว่า store credit เหมือนกับการคืนเงิน เครดิตร้านค้ามักใช้ได้เฉพาะที่ร้านนั้นเท่านั้น
ย่อหน้าตัวอย่างที่ใช้ได้จริง
I bought a pair of shoes last week, but the receipt shows the wrong size and the box contains a damaged item. The store's return policy allows returns within 30 days, and I still have the original packaging and proof of purchase. I do not want store credit because I paid with my card and need the money back. I would prefer an exchange if they have the right size in stock, but if not, I would like a full refund to the original payment method.
(ฉันซื้อรองเท้าคู่หนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ใบเสร็จแสดงขนาดผิดและในกล่องมีสินค้าชำรุด นโยบายการคืนสินค้าของร้านอนุญาตให้คืนได้ภายใน 30 วัน และฉันยังมีบรรจุภัณฑ์เดิมและหลักฐานการซื้ออยู่ ฉันไม่ต้องการเครดิตร้านค้าเพราะฉันจ่ายด้วยบัตรและต้องการเงินคืน ฉันอยากเปลี่ยนสินค้ามากกว่าหากร้านมีขนาดที่ถูกต้องในสต็อก แต่ถ้าไม่มี ฉันก็อยากได้เงินคืนเต็มจำนวนกลับเข้าวิธีการชำระเงินเดิม)
ภาษาที่ชัดเจนเกี่ยวกับการคืนสินค้าจะระบุหลักฐาน ปัญหา และผลลัพธ์ที่คุณต้องการ บอกว่าใบเสร็จแสดงอะไร อธิบายสภาพของสินค้า เอ่ยถึงระยะเวลาคืนสินค้า จากนั้นจึงขอเงินคืน เปลี่ยนสินค้า สินค้าทดแทน หรือเครดิตร้านค้า
