วิธีอธิบายอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยเป็นภาษาอังกฤษ
คำศัพท์เกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย ช่วยให้คุณอธิบายความไม่สบายตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้านสุขภาพในภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวัน คุณอาจต้องใช้ภาษาชุดนี้เมื่อโทรหาคลินิก ถามเภสัชกรเกี่ยวกับยาที่ซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่ง บอกครูว่าทำไมคุณถึงขาดเรียน อธิบายว่าทำไมคุณต้องพักผ่อน หรือแจ้งเพื่อนร่วมงานว่าคุณรู้สึกไม่ค่อยสบาย คำเหล่านี้ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ แต่ช่วยให้คุณรายงานสิ่งที่คุณรู้สึกได้อย่างชัดเจนและสงบ
แทนที่จะพูดว่า "I am sick" (ฉันป่วย) สำหรับทุกสถานการณ์ คุณสามารถพูดว่า "I have a mild headache" (ฉันปวดหัวเล็กน้อย) "My throat is sore" (คอฉันเจ็บ) "My nose is stuffy" (จมูกฉันคัด) "I have a runny nose" (ฉันมีน้ำมูกไหล) หรือ "I feel a little lightheaded" (ฉันรู้สึกหน้ามืดเล็กน้อย) ภาษาที่ดีสำหรับอธิบายอาการจะรวมถึงส่วนของร่างกาย ความรู้สึก ความรุนแรง และระยะเวลาที่อาการเกิดขึ้น
ความแตกต่างสำคัญ
Ache เป็นความปวดแบบตื้อ ๆ ต่อเนื่อง พบได้บ่อยกับอาการปวดหัว ปวดท้อง ปวดหลัง ปวดฟัน และปวดเมื่อยตามตัว
Sore หมายความว่าเจ็บหรือระบม โดยเฉพาะเมื่อถูกสัมผัสหรือใช้งาน คอที่เจ็บ (a sore throat) จะเจ็บเมื่อกลืน กล้ามเนื้อที่ปวดเมื่อย (sore muscles) จะเจ็บหลังจากออกกำลังกาย
Runny อธิบายของเหลวที่ไหลออกมาจากจมูก น้ำมูกไหล (a runny nose) พบได้บ่อยกับอาการหวัดหรือภูมิแพ้
Stuffy หมายความว่าตัน จมูกที่คัด (a stuffy nose) ทำให้หายใจทางจมูกได้ลำบาก
Mild หมายความว่าไม่รุนแรง ใช้คำนี้เพื่อลดความเร่งด่วนเมื่ออาการเป็นจริงแต่ไม่รุนแรง
Dizzy หมายความว่าคุณรู้สึกตัวโคลงเคลงหรือรู้สึกเหมือนห้องกำลังหมุน Lightheaded หมายความว่าคุณรู้สึกอ่อนแรงหรือใกล้จะเป็นลม
Tired เป็นคำทั่วไป Fatigued หนักกว่าและฟังดูเป็นทางการหรือเชิงการแพทย์มากกว่า
คำศัพท์และวลีหลัก
- symptom: สัญญาณที่บ่งบอกว่าอาจมีบางอย่างผิดปกติกับร่างกาย
- mild: ไม่รุนแรง
- minor: ไม่ร้ายแรง
- ache: ความปวดแบบตื้อ ๆ ต่อเนื่อง
- sore: เจ็บ ระบม หรือไม่สบายตัว
- tender: เจ็บเมื่อถูกสัมผัส
- stiff: ขยับได้ลำบากตามปกติ
- runny nose: ของเหลวที่ไหลออกมาจากจมูก
- stuffy nose: จมูกที่ตัน
- congestion: ความรู้สึกตันหรือคัด มักเกิดที่จมูกหรือหน้าอก
- cough: อากาศที่ถูกดันออกจากคอหรือปอดพร้อมเสียงดังกะทันหัน
- dry cough: การไอที่ไม่มีเสมหะ
- sore throat: ความเจ็บหรือระคายเคืองในลำคอ
- scratchy throat: ความรู้สึกหยาบหรือระคายเคืองในลำคอ
- headache: ความปวดที่ศีรษะ
- stomachache: ความปวดบริเวณท้อง
- nauseous: รู้สึกเหมือนอาจจะอาเจียน
- dizzy: รู้สึกตัวโคลงเคลงหรือเหมือนสิ่งต่าง ๆ กำลังหมุน
- lightheaded: รู้สึกอ่อนแรงหรือใกล้จะเป็นลม
- chills: รู้สึกหนาวและตัวสั่น
- fatigue: ความอ่อนเพลียอย่างมาก
- swelling: บริเวณที่บวมใหญ่ขึ้นกว่าปกติ
- rash: บริเวณผิวหนังที่ระคายเคือง
- allergies: ปฏิกิริยาต่อสิ่งต่าง ๆ เช่น เกสรดอกไม้ ฝุ่น อาหาร หรือสัตว์เลี้ยง
การจับคู่คำที่เป็นธรรมชาติ
ลองใช้ mild headache, minor stomachache, sore throat, scratchy throat, runny nose, stuffy nose, nasal congestion, dry cough, light cough, body aches, sore muscles, stiff neck, upset stomach, mild nausea, slight fever, minor swelling, skin rash, seasonal allergies และ cold symptoms
ใช้คำกริยา เช่น have, feel, get, develop, notice, start, last, continue, worsen, improve, rest, drink, take, check และ call
"I have a mild headache." (ฉันปวดหัวเล็กน้อย)
"My throat feels scratchy." (คอฉันรู้สึกระคายเคือง)
"My nose has been stuffy since yesterday." (จมูกฉันคัดมาตั้งแต่เมื่อวาน)
"The cough is dry, not wet." (เป็นอาการไอแห้ง ไม่ใช่ไอมีเสมหะ)
"The soreness is improving." (อาการเจ็บกำลังดีขึ้น)
การจับคู่คำเหล่านี้ช่วยให้คุณบอกรายละเอียดที่เป็นประโยชน์ได้โดยไม่อธิบายมากเกินไป
ตัวอย่างประโยค
"I have a mild headache, but I can still work." (ฉันปวดหัวเล็กน้อย แต่ยังทำงานได้)
"My throat is sore when I swallow." (คอฉันเจ็บเวลากลืน)
"I have a runny nose and watery eyes." (ฉันมีน้ำมูกไหลและน้ำตาคลอ)
"My nose is stuffy, so it is hard to sleep." (จมูกฉันคัด จึงนอนหลับยาก)
"I feel a little dizzy when I stand up." (ฉันรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อยเวลาลุกขึ้นยืน)
"My stomach feels upset after lunch." (ท้องฉันรู้สึกปั่นป่วนหลังอาหารกลางวัน)
"I have sore muscles from exercising yesterday." (ฉันปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกายเมื่อวาน)
"The cough started two days ago." (อาการไอเริ่มเมื่อสองวันก่อน)
"I noticed a small rash on my arm." (ฉันสังเกตเห็นผื่นเล็ก ๆ บนแขน)
"The swelling is minor, but it is still uncomfortable." (อาการบวมเล็กน้อย แต่ก็ยังรู้สึกไม่สบายตัว)
"I feel tired and achy today." (วันนี้ฉันรู้สึกเหนื่อยและปวดเมื่อย)
"The symptoms are mild, but they have lasted all week." (อาการไม่รุนแรง แต่เป็นมาตลอดทั้งสัปดาห์)
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
อย่าพูดว่า "I have painful" โดด ๆ ให้พูดว่า I have pain หรือ "It is painful" หรือ "My throat is painful"
อย่าพูดว่า "my nose is running water" ให้พูดว่า I have a runny nose หรือ "My nose is running"
อย่าสับสนระหว่าง sore กับ soar sore หมายความว่าเจ็บ ส่วน soar หมายความว่าทะยานขึ้นสูง
อย่าใช้ ache สำหรับความปวดแบบแหลมคม ความปวดแบบ ache มักเป็นแบบตื้อ ๆ และต่อเนื่อง สำหรับความปวดที่รุนแรงกว่าหรือเกิดขึ้นกะทันหัน ให้ใช้ sharp pain, severe pain หรือ stabbing pain
อย่าพูดว่า "I am fever" ให้พูดว่า I have a fever หรือ "I feel feverish"
อย่าพูดว่า "I am allergy" ให้พูดว่า I have allergies หรือ "I am allergic to pollen"
อย่าทำให้อาการที่ร้ายแรงดูเล็กน้อย หากคุณมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ปวดรุนแรง เป็นลม สัญญาณของอาการแพ้รุนแรง หรืออาการที่รู้สึกว่าเป็นอันตราย ให้ใช้ภาษาที่ตรงไปตรงมาและบ่งบอกความเร่งด่วน
โจทย์ฝึกฝน
อธิบายอาการหวัดเล็กน้อยโดยใช้สามอาการ เช่น น้ำมูกไหล เจ็บคอ และไอเล็กน้อย
บอกเพื่อนร่วมงานว่าคุณรู้สึกไม่ค่อยสบาย แต่ยังเข้าร่วมประชุมสั้น ๆ ได้
ขอยาจากเภสัชกรสำหรับอาการคัดจมูกหรือคอระคายเคือง
อธิบายว่าอาการเริ่มเมื่อใด และอาการกำลังดีขึ้นหรือแย่ลง
เขียนข้อความสั้น ๆ เพื่อเลื่อนนัดหมาย เนื่องจากคุณมีอาการหวัดเล็กน้อย
เปรียบเทียบคำว่า dizzy, lightheaded, tired และ fatigued ด้วยคำพูดของคุณเอง
ทบทวนสั้น ๆ
ใช้ ache สำหรับความปวดแบบตื้อ ๆ ต่อเนื่อง sore สำหรับส่วนของร่างกายที่ระบมหรือเจ็บ runny สำหรับของเหลวที่ไหลออกจากจมูก stuffy สำหรับจมูกที่ตัน และ mild สำหรับอาการที่ไม่รุนแรง เพิ่มคำที่บอกเวลา เช่น since yesterday (ตั้งแต่เมื่อวาน) for two days (เป็นเวลาสองวัน) this morning (เมื่อเช้านี้) หรือ all week (ตลอดทั้งสัปดาห์)
ประโยคอธิบายอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยที่ชัดเจน มักประกอบด้วยสี่ส่วน คือ อาการ บริเวณของร่างกาย ความรุนแรง และช่วงเวลา ประโยค "I have had a mild sore throat since yesterday" (ฉันมีอาการเจ็บคอเล็กน้อยมาตั้งแต่เมื่อวาน) มีประโยชน์มากกว่า "I feel bad" (ฉันรู้สึกแย่) มาก
