วิธีอ่านฉลากยาและถามคำถามที่ร้านขายยาเป็นภาษาอังกฤษ
คำศัพท์เกี่ยวกับฉลากยาและร้านขายยา ช่วยให้คุณเข้าใจคำแนะนำที่ส่งผลต่อสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน คุณอาจต้องใช้ภาษาอังกฤษชุดนี้เมื่อซื้อยาแก้หวัด ไปรับยาตามใบสั่งแพทย์ อ่านขวดยา ถามเกี่ยวกับผลข้างเคียง หรือตรวจสอบว่าควรกินยาพร้อมอาหารหรือไม่ คำเหล่านี้ใช้ได้จริง และหลายคำปรากฏในวลีสั้น ๆ บนกล่อง ฉลาก และใบเสร็จ
ฉลากยามักใช้ภาษาที่กระชับ แทนที่จะเป็นประโยคเต็ม คุณอาจเห็นข้อความว่า "Take one tablet twice daily" (กินครั้งละหนึ่งเม็ด วันละสองครั้ง) หรือ "Do not exceed recommended dose" (ห้ามใช้เกินขนาดที่แนะนำ) การเรียนรู้คำสำคัญช่วยให้คุณถามคำถามได้ดีขึ้น และหลีกเลี่ยงความผิดพลาดเรื่องช่วงเวลา ปริมาณ และคำเตือน
บริบทการใช้งานจริง
ใช้ภาษาเกี่ยวกับร้านขายยาเมื่อคุณพูดกับเภสัชกร เลือกยาที่ซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่ง ไปรับยาตามใบสั่งแพทย์ ขอยาเพิ่ม อ่านคำแนะนำเรื่องขนาดยา หรือเปรียบเทียบยารูปแบบต่าง ๆ คุณอาจต้องใช้มันเมื่อให้ข้อมูลง่าย ๆ แก่คนที่ช่วยดูแลคุณด้วย
"I am here to pick up a prescription." (ฉันมารับยาตามใบสั่งแพทย์)
"Is this available over the counter?" (ยานี้ซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งไหม)
"How often should I take it?" (ฉันควรกินยานี้บ่อยแค่ไหน)
"Should I take it with food?" (ฉันควรกินยานี้พร้อมอาหารไหม)
"Are there any common side effects?" (มีผลข้างเคียงที่พบบ่อยอะไรบ้างไหม)
ความแตกต่างสำคัญ
Prescription medicine ต้องได้รับการอนุมัติจากแพทย์หรือผู้ให้บริการทางการแพทย์อื่น ร้านขายยาจะจ่ายยาตามใบสั่งและมอบยาให้คุณ
Over-the-counter medicine สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยา ยาแก้ปวด ยาแก้แพ้ ยาแก้ไอ และยาลดกรด เป็นตัวอย่างที่พบได้ทั่วไป
Dose หมายถึงปริมาณยาที่คุณกินในหนึ่งครั้ง ส่วน dosage มักหมายถึงคำแนะนำทั้งหมด ซึ่งรวมถึงปริมาณและความถี่
Tablet และ pill เป็นยารูปแบบของแข็งที่คุณกลืน Capsule เป็นยารูปแบบคล้ายเม็ดที่มีตัวยาอยู่ภายในเปลือก Liquid medicine รวมถึงยาน้ำเชื่อมและยาหยด
Refill หมายถึงการได้รับยาตามใบสั่งเดิมเพิ่มเติม หลังจากที่ยาชุดแรกหมด Expiration date หมายถึงวันที่ซึ่งหลังจากนั้นไม่ควรใช้ยานั้นแล้ว
คำศัพท์และวลีหลัก
- pharmacy: สถานที่ที่ปรุงและจำหน่ายยา
- pharmacist: ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งจ่ายยาและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ยา
- prescription: ใบสั่งยาอย่างเป็นทางการจากผู้ให้บริการทางการแพทย์
- over the counter: ซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยา
- label: คำแนะนำและข้อมูลที่พิมพ์อยู่บนยา
- dose: ปริมาณที่กินในหนึ่งครั้ง
- dosage: ปริมาณและตารางสำหรับการกินยา
- tablet: ยาเม็ดของแข็งขนาดเล็ก
- capsule: ยาที่อยู่ภายในเปลือกขนาดเล็ก
- liquid medicine: ยาในรูปแบบของเหลว
- syrup: ยาน้ำเชื่อมที่ข้น
- drops: ยาของเหลวปริมาณเล็กน้อยสำหรับตา หู หรือปาก
- ointment: ยาขี้ผึ้งข้นสำหรับผิวหนัง
- refill: ยาตามใบสั่งชุดใหม่
- side effect: ปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์ต่อยา
- warning: ข้อมูลด้านความปลอดภัยที่สำคัญ
- active ingredient: สารหลักที่ทำให้ยาออกฤทธิ์
- expiration date: วันที่ซึ่งหลังจากนั้นไม่ควรใช้ยา
- drowsy: ง่วงนอน
- empty stomach: ท้องว่าง โดยไม่มีอาหารอยู่ในกระเพาะ
การจับคู่คำที่เป็นธรรมชาติ
ลองใช้ take medicine, take one tablet, take with food, take on an empty stomach, twice daily, every six hours, as needed, common side effects, serious warning, active ingredient, recommended dose, miss a dose, refill a prescription และ pick up a prescription
"Take one tablet twice daily." (กินครั้งละหนึ่งเม็ด วันละสองครั้ง)
"Take this medicine with food." (กินยานี้พร้อมอาหาร)
"Do not exceed the recommended dose." (ห้ามใช้เกินขนาดที่แนะนำ)
"This medicine may cause drowsiness." (ยานี้อาจทำให้ง่วงนอน)
"I need to refill my prescription." (ฉันต้องขอยาตามใบสั่งเพิ่ม)
การจับคู่คำเหล่านี้พบได้บ่อย เพราะคำแนะนำการใช้ยาต้องอธิบายปริมาณ ช่วงเวลา วิธีการ และความเสี่ยง ในพื้นที่เล็ก ๆ
ตัวอย่างประโยค
"I am here to pick up a prescription for Maya Chen." (ฉันมารับยาตามใบสั่งแพทย์ของ Maya Chen)
"Do I need a prescription for this medicine?" (ฉันต้องมีใบสั่งยาสำหรับยานี้ไหม)
"How many tablets should I take?" (ฉันควรกินยากี่เม็ด)
"The label says to take it twice daily." (ฉลากระบุว่าให้กินวันละสองครั้ง)
"Can I take this on an empty stomach?" (ฉันกินยานี้ตอนท้องว่างได้ไหม)
"This syrup is for a dry cough." (ยาน้ำเชื่อมนี้สำหรับอาการไอแห้ง)
"The ointment is for external use only." (ยาขี้ผึ้งนี้สำหรับใช้ภายนอกเท่านั้น)
"The pharmacist said it may make me drowsy." (เภสัชกรบอกว่ามันอาจทำให้ฉันง่วงนอน)
"I missed a dose this morning." (ฉันลืมกินยาเมื่อเช้านี้)
"The medicine has expired, so I should not use it." (ยาหมดอายุแล้ว ฉันจึงไม่ควรใช้)
การอ่านคำแนะนำบนฉลาก
ฉลากยามักใช้คำสั่งสั้น ๆ Take บอกให้คุณกลืนหรือใช้ยา Apply ใช้กับครีม เจล และยาขี้ผึ้ง Use พบได้บ่อยกับสเปรย์ ยาหยด และอุปกรณ์
"Take two capsules with water." (กินสองแคปซูลพร้อมน้ำ)
"Apply a thin layer to the affected area." (ทาบาง ๆ บริเวณที่มีอาการ)
"Use two drops in each eye." (หยอดสองหยดในตาแต่ละข้าง)
"Shake well before use." (เขย่าให้เข้ากันก่อนใช้)
"Store at room temperature." (เก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง)
ระวังคำที่บอกช่วงเวลา เช่น daily, twice daily, every four hours, before meals, after meals, at bedtime และ as needed "As needed" หมายความว่าคุณกินยาเฉพาะเมื่อมีอาการเท่านั้น ไม่ใช่ตามตารางที่กำหนดไว้แน่นอน
คำเตือนและคำที่เกี่ยวกับความปลอดภัย
คำเตือนบอกคุณว่าไม่ควรทำอะไร หรือควรเฝ้าระวังปฏิกิริยาอะไร
"Do not drive or operate machinery." (ห้ามขับรถหรือใช้งานเครื่องจักร)
"May cause drowsiness." (อาจทำให้ง่วงนอน)
"Do not take with alcohol." (ห้ามกินพร้อมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์)
"For external use only." (สำหรับใช้ภายนอกเท่านั้น)
"Keep out of reach of children." (เก็บให้พ้นมือเด็ก)
"Ask a pharmacist if you are unsure." (สอบถามเภสัชกรหากคุณไม่แน่ใจ)
คำว่า may พบได้บ่อยในคำเตือน เพราะผลข้างเคียงนั้นเป็นไปได้ แต่ไม่แน่นอน "May cause drowsiness" หมายความว่าบางคนจะง่วงนอนหลังจากกินยา
ข้อผิดพลาดที่ผู้เรียนพบบ่อย
อย่าสับสนระหว่าง dose กับ medicine ยา (medicine) คือผลิตภัณฑ์ ส่วนขนาดยา (dose) คือปริมาณที่คุณกิน
อย่าพูดว่า "eat medicine" ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน ให้พูดว่า "take medicine"
อย่าพูดว่า "one time a day" หากต้องใช้รูปแบบที่เป็นทางการแบบฉลาก ให้พูดว่า "once a day" หรือ "once daily"
อย่าสับสนระหว่าง every six hours กับ six times a day every six hours มักหมายถึงประมาณสี่ครั้งใน 24 ชั่วโมง
อย่ามองข้าม active ingredient เมื่อเปรียบเทียบยา ยาสองยี่ห้อที่ต่างกันอาจมีตัวยาออกฤทธิ์ชนิดเดียวกัน ดังนั้นการกินทั้งสองยี่ห้ออาจทำให้ได้รับยาเป็นสองเท่าโดยไม่ตั้งใจ
ย่อหน้าตัวอย่างที่ใช้ได้จริง
At the pharmacy, I pick up a prescription and ask the pharmacist how to take it. The label says to take one tablet twice daily with food, so I plan to take one after breakfast and one after dinner. The pharmacist warns me that the medicine may cause drowsiness and tells me not to drive until I know how I react. I also check the expiration date and ask whether I can request a refill when the bottle is almost empty.
(ที่ร้านขายยา ฉันไปรับยาตามใบสั่งแพทย์และถามเภสัชกรว่าควรกินอย่างไร ฉลากระบุว่าให้กินครั้งละหนึ่งเม็ด วันละสองครั้ง พร้อมอาหาร ฉันจึงวางแผนกินหนึ่งเม็ดหลังอาหารเช้าและหนึ่งเม็ดหลังอาหารเย็น เภสัชกรเตือนฉันว่ายานี้อาจทำให้ง่วงนอน และบอกว่าอย่าขับรถจนกว่าฉันจะรู้ว่าตัวเองมีปฏิกิริยาอย่างไร ฉันยังตรวจสอบวันหมดอายุและถามว่าฉันสามารถขอยาเพิ่มได้หรือไม่เมื่อขวดยาเกือบหมด)
ภาษาอังกฤษที่ดีสำหรับร้านขายยาเน้นที่สี่คำถาม คือ ยานี้คือยาอะไร ต้องกินมากเท่าไร ต้องกินเมื่อใด และคำเตือนหรือผลข้างเคียงใดที่สำคัญ
