ไปหาหมอภาษาอังกฤษพูดอย่างไร? คู่มือครบทุกขั้นตอนตั้งแต่ลงทะเบียนถึงรับยา

ไปหาหมอภาษาอังกฤษพูดอย่างไร? คู่มือครบทุกขั้นตอนตั้งแต่ลงทะเบียนถึงรับยา

เมื่ออยู่ต่างประเทศ สิ่งสุดท้ายที่อยากให้เกิดคือเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นจริง คุณจะพบว่า "การไปหาหมอ" คือการสื่อสารภาษาอังกฤษต่อเนื่องกันยาวๆ ตั้งแต่โทรนัด ลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์ พยาบาลวัดความดัน แพทย์ซักประวัติ ทำตรวจ รับใบสั่งยา ไปร้านขายยารับยา จนถึงจ่ายเงินตอนสุดท้าย แต่ละขั้นตอนใช้ประโยคต่างกัน แต่จริงๆ แล้วล้วนคาดเดาได้

บทความนี้สอนเฉพาะการสื่อสารภาษาอังกฤษ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำในการรักษา หากมีอาการฉุกเฉิน (หายใจไม่ออก เจ็บหน้าอก บาดเจ็บรุนแรง หมดสติ ฯลฯ) โปรดโทรเรียกบริการฉุกเฉินในพื้นที่ทันที หรือไปที่ emergency room (ห้องฉุกเฉิน) ที่ใกล้ที่สุด

บทความนี้แบ่งทั้งกระบวนการเป็น 8 ขั้นตอน แต่ละขั้นมีประโยคใช้บ่อย คำที่ฟังง่ายผิด และตัวอย่างบทสนทนา อ่านจบแล้วจะพบว่า ภาษาอังกฤษสำหรับไปหาหมอไม่ต้องท่องชื่อโรคเยอะ แค่บอกได้ว่า "ไม่สบายตรงไหน + เป็นมานานแค่ไหน + ตอนนี้กินยาอะไร" ก็ครอบคลุม 80% ของการสื่อสารแล้ว

ภาพรวม 8 ขั้นตอน

  1. นัดหมาย (make an appointment)
  2. ไปถึงคลินิกแล้วลงทะเบียน (check in)
  3. กรอกแบบฟอร์ม (fill out forms)
  4. นั่งรอที่ห้องรอ (waiting area / waiting room)
  5. พยาบาลวัดสัญญาณชีพพื้นฐาน (vitals)
  6. แพทย์ซักประวัติและตรวจ (see the doctor / examination)
  7. ใบสั่งยาและการนัดครั้งถัดไป (prescription / follow-up)
  8. จ่ายเงินและรับยา (payment / pick up medication)

คำศัพท์หลัก

English ความหมายภาษาไทย ตัวอย่างประโยค
appointment นัดหมาย I'd like to make an appointment.
walk-in ไปคลินิกโดยไม่ได้นัดล่วงหน้า Do you take walk-ins today?
check in ลงทะเบียน/รายงานตัว I'm here to check in for my 10 a.m. appointment.
insurance card บัตรประกัน Here's my insurance card and ID.
co-pay ค่าใช้จ่ายส่วนที่ผู้ป่วยจ่ายเอง What's the co-pay for this visit?
symptom อาการ My main symptom is a sore throat.
prescription ใบสั่งยา The doctor gave me a prescription.
pharmacy ร้านขายยา Where's the nearest pharmacy?
refill ขอยาเดิมเพิ่ม Can I get a refill of my blood pressure medication?
follow-up นัดตรวจซ้ำ Do I need a follow-up visit?
referral ใบส่งตัว I think I need a referral to a specialist.
lab work เจาะเลือด/ตรวจแล็บ The doctor ordered some lab work.

ประโยคสำคัญที่ต้องจำ

ประโยคชุดนี้ครอบคลุมกว่า 90% ของสถานการณ์ตั้งแต่เดินเข้าคลินิกจนเดินออก แนะนำให้พูดออกเสียงสามครั้ง

  1. "I'd like to see a doctor today, please." — ประโยคเปิดง่ายที่สุดเมื่อเดินเข้าไป
  2. "I have an appointment at 2 p.m. with Dr. Lee." — รายงานตัวพร้อมชื่อ เวลา และชื่อแพทย์เลย
  3. "I'm not feeling well. I'd like to get checked." — ใช้ได้เมื่อยังบรรยายอาการเป็นภาษาอังกฤษไม่ออก
  4. "This is my first time here." — บอกอีกฝ่ายว่าคุณต้องกรอกแบบฟอร์มผู้ป่วยใหม่
  5. "Could you say that again, please? More slowly?" — เมื่อฟังไม่ทันให้พูดใหม่ช้าๆ
  6. "It started about three days ago." — บอกว่าเป็นมานานแค่ไหนแล้ว
  7. "I'm currently taking [ชื่อยา] for [โรค]." — บอกยาที่กำลังใช้อยู่
  8. "I'm allergic to penicillin." — บอกข้อมูลแพ้ยา (สำคัญที่สุด)
  9. "Could you write that down for me, please?" — ขอให้เขียนลงกระดาษ
  10. "How should I take this medicine?" — ต้องถามตอนรับยาทุกครั้ง
  11. "Do I need to come back?" — ยืนยันว่าต้องนัดตรวจซ้ำหรือไม่
  12. "Could I get a doctor's note, please?" — ขอใบรับรองแพทย์ (สำหรับโรงเรียน บริษัท หรือประกัน)

วิธีพูดที่ไม่เป็นธรรมชาติ vs วิธีพูดที่เป็นธรรมชาติ

ไม่เป็นธรรมชาติ / ไม่แม่นยำ วิธีพูดที่เป็นธรรมชาติ เหตุผล
I want to see doctor. I'd like to see a doctor. ใส่ a; I'd like สุภาพกว่า I want
I am sick body. I'm not feeling well. "I am sick body" ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ
I have appointment 2 o'clock. I have an appointment at 2. ต้องใส่ article และ at
Give me medicine. Could I get something for this? ประโยคคำสั่งฟังตรงเกินไป ใช้ could ทำให้นุ่มนวล
I don't understand all. I didn't catch that. Could you repeat? "I don't understand all" ฟังเหมือนไม่ได้ยินทั้งหมด ที่จริงคือบางประโยคเท่านั้น
My head is sick. I have a headache. ส่วนของร่างกายที่ปวดให้ใช้ have a + อาการ
I want refund medicine. Can I get a refill, please? refund = ขอเงินคืน; refill = ขอยาเดิมเพิ่ม

บทสนทนาตามสถานการณ์ ตั้งแต่เดินเข้าจนเดินออก

Receptionist: Hi, how can I help you? (เจ้าหน้าที่ลงทะเบียน: สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ช่วยคะ?)

You: Hi, I have an appointment at 10:30 with Dr. Patel. My name is Lin. (ผู้ป่วย: สวัสดีครับ ผมมีนัด 10:30 กับ Dr. Patel ชื่อ Lin ครับ)

Receptionist: Great. Can I see your ID and insurance card, please? (เจ้าหน้าที่ลงทะเบียน: ค่ะ ขอดูบัตรประจำตัวกับบัตรประกันหน่อยค่ะ)

You: Sure. This is my first time here, so do I need to fill out any forms? (ผู้ป่วย: ครับ ผมมาที่นี่ครั้งแรก ต้องกรอกแบบฟอร์มไหมครับ?)

Receptionist: Yes, please fill out these two pages and bring them back when you're done. Have a seat in the waiting area. (เจ้าหน้าที่ลงทะเบียน: ค่ะ กรุณากรอกสองหน้านี้แล้วเอามาคืนนะคะ เชิญนั่งรอที่ห้องรอก่อนค่ะ)

(15 minutes later, in the exam room)

Nurse: What brings you in today? (พยาบาล: วันนี้มาด้วยอาการอะไรคะ?)

You: I've had a bad sore throat and a low fever for about three days. It's getting harder to swallow. (ผู้ป่วย: ผมเจ็บคอมาก มีไข้ต่ำๆ มาประมาณสามวันแล้ว ตอนนี้กลืนน้ำลายก็เจ็บ)

Nurse: Any allergies to medications? (พยาบาล: แพ้ยาอะไรไหมคะ?)

You: Yes, I'm allergic to penicillin. (ผู้ป่วย: ครับ ผมแพ้เพนิซิลลิน)

(Doctor comes in, examines, prescribes)

Doctor: I'm going to write you a prescription. Take one tablet twice a day after meals for seven days. If you don't feel better in three days, come back. (แพทย์: ผมจะเขียนใบสั่งยาให้ กินวันละสองครั้ง ครั้งละหนึ่งเม็ดหลังอาหาร เป็นเวลาเจ็ดวัน ถ้าไม่ดีขึ้นใน 3 วันให้กลับมา)

You: Got it. Could you write that down for me, please? And where's the nearest pharmacy? (ผู้ป่วย: เข้าใจครับ ช่วยเขียนลงกระดาษให้หน่อยได้ไหม? แล้วร้านขายยาที่ใกล้ที่สุดอยู่ไหนครับ?)

เทมเพลตประโยคที่เปลี่ยนคำได้

แทน [BLANK] ด้วยสถานการณ์ของคุณ แล้วประโยคเหล่านี้จะกลายเป็นประโยคส่วนตัว

  1. "I've had [BLANK] for [BLANK]."
    • I've had a cough for two weeks.
    • I've had stomach pain for about an hour.
  2. "I'm currently taking [BLANK] for [BLANK]."
    • I'm currently taking metformin for diabetes.
    • I'm currently taking allergy medicine for hay fever.
  3. "I'm allergic to [BLANK]."
    • I'm allergic to peanuts.
    • I'm allergic to ibuprofen.
  4. "Could I get [BLANK], please?"
    • Could I get a doctor's note, please?
    • Could I get a copy of my lab results, please?
  5. "Do I need [BLANK]?"
    • Do I need a follow-up?
    • Do I need to fast before the blood test?

แบบฝึกหัดสั้น

ลองแปลประโยคต่อไปนี้เป็นภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติ โดยใช้ประโยคที่เพิ่งเรียนไป

  1. ฉันมีนัดบ่ายสามวันนี้กับ Dr. Wang
  2. ฉันปวดหัวมาสองวันแล้ว และอาการแย่ลงเรื่อยๆ
  3. ฉันแพ้อาหารทะเล
  4. ช่วยพูดอีกครั้งช้าๆ ได้ไหม?
  5. ฉันต้องนัดตรวจซ้ำไหม?
เฉลย
  1. I have an appointment at 3 p.m. with Dr. Wang.
  2. I've had a headache for two days, and it's getting worse.
  3. I'm allergic to seafood.
  4. Could you say that again, more slowly please?
  5. Do I need a follow-up visit?

รายการประโยคภาษาอังกฤษที่คัดลอกใช้ก่อนพบแพทย์

ก่อนเข้าพบแพทย์ ลองกรอกข้อมูลตามตารางด้านล่างนี้แล้วเก็บไว้ในโน้ตของโทรศัพท์ เมื่อเจ้าหน้าที่หรือแพทย์ถาม คุณก็เปิดอ่านได้ทันที

Patient summary
- Name: __________
- Date of birth: __________
- Main symptom: __________ (started ___ days ago)
- Other symptoms: __________
- Current medications: __________
- Allergies: __________
- Past conditions: __________
- Today I'd like the doctor to: check / treat / refer / give a note

ใช้เมื่อจำเป็น เปิดอ่านให้อีกฝ่ายฟังทั้งย่อหน้าได้เลย อีกฝ่ายจะรู้สึกว่าคุณเตรียมตัวมาดี กระบวนการตรวจจะราบรื่นกว่ามาก

บทความที่เกี่ยวข้อง

ขอย้ำอีกครั้ง: บทความนี้มีไว้เพื่อสอนการสื่อสารภาษาอังกฤษทางการแพทย์ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำในการรักษา หากมีอาการฉุกเฉิน โปรดติดต่อบริการฉุกเฉินหรือสถานพยาบาลในพื้นที่ของคุณทันที