วลีภาษาอังกฤษเกี่ยวกับสุขภาวะและไลฟ์สไตล์: Burn Out, Recharge Your Batteries และ Cut Back On
บทสนทนาเกี่ยวกับสุขภาวะและชีวิตประจำวันมีอยู่ทุกหนทุกแห่งในภาษาอังกฤษ เพื่อน ๆ พูดถึงตารางเวลาและพลังงานของตน บทความบรรยายกิจวัตรประจำวันสมัยใหม่ เพื่อนร่วมงานหารือเรื่องปริมาณงาน และครูบรรยายตัวละครที่กำลังเปลี่ยนแปลงชีวิตของตน ด้วยเหตุนี้ วลีเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์บางวลีจึงปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่าในคำพูด การอ่าน และการฟัง
สำหรับผู้เรียนและผู้สอบ วลีเหล่านี้มีคุณค่า วลีเหล่านี้ปรากฏในการฟังของ TOEIC และ TOEFL ในการอ่านและการพูดของ IELTS และในบทสนทนาแบบสบาย ๆ บทความนี้สอนเฉพาะภาษาอังกฤษเท่านั้น — ว่าวลีเหล่านี้หมายความว่าอย่างไรและใช้อย่างไร — และไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ด้านล่างคือวลีเกี่ยวกับสุขภาวะและไลฟ์สไตล์ที่พบบ่อยห้าวลี แต่ละวลีอธิบายพร้อมตัวอย่างและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
Burn Out
ความหมายตามตัวอักษร
ตามตัวอักษร "burn out" อธิบายไฟหรือเทียนที่ใช้เชื้อเพลิงหมดและหยุดเผาไหม้ มันยังอธิบายหลอดไฟที่หยุดทำงานด้วย ภาพคือพลังงานที่ถูกใช้หมดไปอย่างสิ้นเชิง
ความหมายที่ใช้จริง
ในเชิงเปรียบเปรย "burn out" หมายถึงการกลายเป็นคนที่เหนื่อยมากหรือหมดแรง โดยทั่วไปหลังช่วงเวลาที่ยาวนานของความเครียดหรือการทำงานหนัก จนถึงจุดที่คนคนนั้นดิ้นรนที่จะดำเนินต่อไป
ที่มาหรือภูมิหลัง
วลีนี้มาจากภาพตามตัวอักษรของไฟที่เชื้อเพลิงหมด ผู้พูดภาษาอังกฤษได้ขยายมันไปใช้อธิบายผู้คนที่สูญเสียพลังงาน การใช้เชิงเปรียบเปรยกลายเป็นที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษในที่ทำงานสมัยใหม่ แม้ว่าช่วงเวลาที่แน่ชัดที่มันแพร่หลายจะยังไม่ชัดเจน
บริบทที่พบบ่อย
"Burn out" ค่อนข้างเป็นกลางและพบบ่อยในบทสนทนา ภาษาอังกฤษในที่ทำงาน และข่าว มันเป็นได้ทั้งกริยา ("she burned out") หรือคำนาม ("burnout")
ตัวอย่าง
"After months of long shifts, my neighbor said he had started to burn out and needed a change."
ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
ประโยคนี้บอกว่าเพื่อนบ้านกลายเป็นคนที่หมดแรงหลังช่วงเวลาที่ยาวนานของการทำงานหนัก และรู้สึกว่าเขาต้องการอะไรที่แตกต่าง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ผู้เรียนบางครั้งสับสนระหว่างกริยา "burn out" (สองคำ) กับคำนาม "burnout" (คำเดียว) ใช้สองคำสำหรับการกระทำ และคำเดียวสำหรับสภาวะหรืออาการ
Recharge Your Batteries
ความหมายตามตัวอักษร
ตามตัวอักษร "recharge your batteries" หมายถึงการเติมพลังงานกลับเข้าไปในแบตเตอรี เพื่อให้อุปกรณ์สามารถทำงานได้อีกครั้ง หากตีความตามตัวอักษร มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ความหมายที่ใช้จริง
ในเชิงเปรียบเปรย "recharge your batteries" หมายถึงการพักผ่อนและฟื้นพลังงานหลังช่วงเวลาที่เหนื่อยล้า เพื่อให้คุณรู้สึกพร้อมที่จะดำเนินต่อไป
ที่มาหรือภูมิหลัง
สำนวนนี้มาจากภาพตามตัวอักษรของการชาร์จแบตเตอรี ซึ่งกลายเป็นการเปรียบเทียบที่คุ้นเคยเมื่อแบตเตอรีแบบชาร์จได้เป็นที่แพร่หลาย ปัจจุบันผู้พูดภาษาอังกฤษใช้มันอย่างกว้างขวาง แม้ว่าวันเวลาที่แน่ชัดที่มันกลายเป็นที่นิยมจะยากที่จะยืนยันได้
บริบทที่พบบ่อย
วลีนี้มีระดับภาษาตั้งแต่ไม่เป็นทางการไปจนถึงเป็นกลาง และพบบ่อยมากในบทสนทนาในชีวิตประจำวัน มันมักปรากฏเมื่อผู้คนพูดถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ วันหยุดพักผ่อน หรือการพักสั้น ๆ
ตัวอย่าง
"A friend told me she spent the long weekend in the countryside to recharge her batteries."
ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
ประโยคนี้บอกว่าเพื่อนใช้วันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อพักผ่อนและฟื้นพลังงานของเธอ เพื่อให้เธอสามารถกลับสู่กิจวัตรประจำวันด้วยความรู้สึกสดชื่น
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ผู้เรียนบางครั้งพูดว่า "charge your batteries" แทนที่จะเป็น "recharge your batteries" สำนวนมาตรฐานใช้ "recharge" ซึ่งสื่อความหมายของการเติมพลังงานที่คุณได้ใช้ไปกลับเข้ามาใหม่
Stay on Top of
ความหมายตามตัวอักษร
ตามตัวอักษร "stay on top of" สื่อถึงการคงอยู่เหนือบางสิ่งทางกายภาพ เหมือนการยืนอยู่บนยอดเนินเขาหรือบนกองสิ่งของ
ความหมายที่ใช้จริง
ในเชิงเปรียบเปรย "stay on top of" หมายถึงการคงบางสิ่งไว้ในการควบคุมโดยจัดการมันอย่างรอบคอบและไม่ปล่อยให้มันสะสม — ตัวอย่างเช่น งาน ข่าวสาร หรือความรับผิดชอบ
ที่มาหรือภูมิหลัง
นี่เป็นวลีที่ความหมายค่อนข้างโปร่งใสและประกอบกันตามคำ ภาพของการอยู่ "on top" สื่อถึงการควบคุม มากกว่าการถูกฝังอยู่ข้างใต้ มันกลายเป็นที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษในที่ทำงานและในชีวิตประจำวัน โดยไม่มีเรื่องราวที่มาที่ชัดเจนเพียงเรื่องเดียว
บริบทที่พบบ่อย
"Stay on top of" เป็นกลางและพบบ่อยในภาษาอังกฤษในที่ทำงาน บริบทการเรียน และบทสนทนา มันมักตามด้วยคำนามที่อธิบายสิ่งที่กำลังถูกจัดการ
ตัวอย่าง
"My coworker uses a simple list to stay on top of her weekly tasks."
ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
ประโยคนี้บอกว่าเพื่อนร่วมงานจัดการงานของเธออย่างรอบคอบด้วยรายการ เพื่อให้งานเหล่านั้นไม่กลายเป็นภาระที่มากเกินไปหรือถูกลืม
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ผู้เรียนบางครั้งละคำบุพบทและพูดว่า "stay on top" โดยไม่มี "of" เมื่อมีกรรมตามมา ให้ใช้วลีเต็ม "stay on top of something"
Build a Habit
ความหมายตามตัวอักษร
หากแปลทีละคำ "build a habit" หมายถึงการก่อสร้างนิสัย ราวกับการประกอบมันขึ้นทีละชิ้นเมื่อเวลาผ่านไป
ความหมายที่ใช้จริง
"Build a habit" หมายถึงการพัฒนาพฤติกรรมที่สม่ำเสมออย่างค่อยเป็นค่อยไปผ่านการทำซ้ำ จนกระทั่งมันกลายเป็นเรื่องธรรมชาติและอัตโนมัติ
ที่มาหรือภูมิหลัง
นี่เป็นวลีที่ความหมายโปร่งใสและประกอบกันตามคำ มากกว่าจะเป็นสำนวน กริยา "build" เน้นย้ำลักษณะที่ช้าและเป็นขั้นตอนของการสร้างกิจวัตรหนึ่งขึ้นมา มันกลายเป็นที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันและภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง เพียงเพราะมันอธิบายกระบวนการได้อย่างชัดเจน
บริบทที่พบบ่อย
"Build a habit" เป็นกลางและปรากฏในบทสนทนา บทความ และภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการเรียนหรือในที่ทำงาน วลีที่เกี่ยวข้องคือ "form a habit" ซึ่งหมายความคล้ายกันมาก
ตัวอย่าง
"A teacher in the story encouraged her students to build a habit of reading a few pages each evening."
ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
ประโยคนี้บอกว่าครูในเรื่องต้องการให้นักเรียนค่อย ๆ พัฒนากิจวัตรการอ่านที่สม่ำเสมอผ่านขั้นตอนเล็ก ๆ ในแต่ละวัน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ผู้เรียนบางครั้งพูดว่า "make a habit" เมื่อพวกเขาตั้งใจหมายถึงการเริ่มนิสัยหนึ่ง แต่ "make a habit of" มักมีน้ำเสียงเชิงลบเล็กน้อย เช่น "don't make a habit of being late" สำหรับกิจวัตรเชิงบวก "build a habit" หรือ "form a habit" จะชัดเจนกว่า
Cut Back On
ความหมายตามตัวอักษร
ตามตัวอักษร "cut back" สื่อถึงการตัดแต่งบางสิ่ง เหมือนการตัดแต่งกิ่งของต้นไม้ จากนั้น "on" ก็ชี้ไปยังสิ่งที่กำลังถูกตัดแต่ง
ความหมายที่ใช้จริง
"Cut back on" หมายถึงการลดปริมาณของบางสิ่งที่คุณทำหรือใช้ โดยไม่หยุดอย่างสิ้นเชิง
ที่มาหรือภูมิหลัง
วลีนี้น่าจะมาจากภาพของการตัดแต่งหรือการลิดกิ่ง ซึ่งสื่อถึงการลดอย่างรอบคอบมากกว่าการกำจัดออกไป มันกลายเป็นที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันและในข่าว ในฐานะวิธีที่ชัดเจนในการอธิบายการลดกิจกรรมหรือค่าใช้จ่ายลง
บริบทที่พบบ่อย
"Cut back on" เป็นกลางและพบบ่อยในบทสนทนา ข่าว และภาษาอังกฤษในที่ทำงาน มันมักใช้กับการใช้จ่าย เวลาหน้าจอ หรือกิจกรรมต่าง ๆ
ตัวอย่าง
"The article described how one family decided to cut back on weekend driving to save money."
ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
ประโยคนี้บอกว่าครอบครัวในบทความเลือกที่จะลด แต่ไม่ใช่กำจัด ปริมาณการขับรถในวันหยุดสุดสัปดาห์ของพวกเขา โดยหลัก ๆ เพื่อประหยัดเงิน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ผู้เรียนบางครั้งใช้คำบุพบทผิด โดยพูดว่า "cut back of" หรือ "cut back from" วลีมาตรฐานคือ "cut back on something"
บทสรุป
วลีทั้งห้านี้ — burn out, recharge your batteries, stay on top of, build a habit และ cut back on — ปรากฏอยู่ตลอดเวลาในภาษาอังกฤษเกี่ยวกับสุขภาวะและชีวิตประจำวัน บางวลีเป็นสำนวนที่เห็นภาพชัดและบางวลีเป็นสำนวนธรรมดาที่ความหมายโปร่งใส แต่แต่ละวลีล้วนควรค่าแก่การจดจำ เพื่อซึมซับวลีเหล่านี้อย่างเป็นธรรมชาติ ลองสังเกตวลีเหล่านี้ขณะอ่านบทความและฟังบทสนทนา และสังเกตคำบุพบทและรูปกริยาอย่างใกล้ชิด ด้วยการสัมผัสอย่างสม่ำเสมอ วลีเหล่านี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาษาอังกฤษของคุณที่ใช้ได้อย่างสบายใจ
