วลีภาษาอังกฤษเกี่ยวกับประเด็นสังคมที่พบบ่อย: Raise Awareness, Address Inequality และ Public Concern

วลีภาษาอังกฤษเกี่ยวกับประเด็นสังคมที่พบบ่อย: Raise Awareness, Address Inequality และ Public Concern

บทความ รายงาน และการอภิปรายเกี่ยวกับสังคมมักใช้กลุ่มวลีที่เราจดจำได้ ผู้เขียนเลือกใช้วลีเหล่านี้เพราะมันอธิบายในรูปแบบกระชับว่าปัญหาต่าง ๆ ถูกสังเกตเห็น พูดถึง และจัดการอย่างไร เมื่อคุณเรียนรู้วลีเหล่านี้แล้ว เนื้อหาที่เกี่ยวกับประเด็นทางสังคมก็จะตามอ่านได้ง่ายขึ้นมาก

คำศัพท์ลักษณะนี้ปรากฏบ่อยในส่วนการอ่านของข้อสอบ TOEIC, TOEFL, IELTS และ SAT ซึ่งเนื้อหามักพูดถึงสังคม ชุมชน และปัญหาที่ผู้คนเผชิญร่วมกัน วลีทั้งห้าด้านล่างนี้อธิบายในแนวเป็นกลาง พร้อมตัวอย่างที่แต่งขึ้น เป้าหมายมีเพียงแสดงให้เห็นว่าภาษาอังกฤษทำงานอย่างไร ไม่ใช่การโต้แย้งจุดยืนใด ๆ ในประเด็นใด ๆ

Raise Awareness

ความหมายตามตัวอักษร

เมื่อแยกทีละคำ "raise" หมายถึงยกขึ้น และ "awareness" คือสภาวะของการรับรู้บางสิ่ง ตามตัวอักษร วลีนี้วาดภาพการยกความรู้ของผู้คนให้สูงขึ้น

ความหมายที่ใช้จริง

"raise awareness" หมายถึงทำให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นรับรู้เกี่ยวกับหัวข้อ ปัญหา หรือสถานการณ์ที่พวกเขาอาจยังไม่รู้มากนัก เป้าหมายคือความเข้าใจในวงกว้างขึ้น ไม่จำเป็นต้องเป็นการลงมือทำทันที

ที่มาหรือภูมิหลัง

วลีนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการประกอบคำเข้าด้วยกันและไม่มีเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าแปลกใจ ภาษาอังกฤษมักใช้ "raise" กับคำนามนามธรรม เช่นใน "raise hopes" หรือ "raise standards" วลีนี้กลายเป็นที่ใช้บ่อยในงานเขียนด้านนโยบายสังคมและองค์กรไม่แสวงหากำไร ซึ่งการอธิบายการกระจายความรู้สู่สาธารณะเป็นงานประจำ

บริบทที่พบบ่อย

คุณจะพบ "raise awareness" ในข่าว แคมเปญให้ข้อมูล และคำพูดที่เป็นทางการ วลีนี้เป็นกลางและใช้ได้ทั้งในบริบททางการและกึ่งทางการ มักตามด้วย "of" หรือ "about"

ตัวอย่าง

"A local group organized a series of short evening talks to raise awareness about how heavy rainfall affects older drainage systems in nearby neighborhoods."

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

ตัวอย่างนี้บอกว่ากลุ่มในชุมชนต้องการให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นเข้าใจหัวข้อหนึ่ง ด้วยการจัดการบรรยาย พวกเขามุ่งกระจายความรู้เกี่ยวกับผลของฝนต่อระบบระบายน้ำเก่า เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมากขึ้นได้รับรู้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ผู้เรียนบางครั้งละบุพบทแล้วเขียนว่า "raise awareness the problem" รูปแบบที่ถูกต้องคือ "raise awareness of" หรือ "raise awareness about" ก่อนระบุชื่อหัวข้อ

Address Inequality

ความหมายตามตัวอักษร

เมื่อแยกทีละคำ "address" อาจหมายถึงการพูดกับใครบางคน และ "inequality" คือการขาดการปฏิบัติหรือสภาพที่เท่าเทียมกัน ตามตัวอักษรแล้ว คำสองคำนี้ไม่ได้รวมกันในแบบที่ชัดเจน

ความหมายที่ใช้จริง

"address inequality" หมายถึงการจัดการ ตอบสนอง หรือลงมือทำกับสถานการณ์ที่ผู้คนไม่ได้มีโอกาส การปฏิบัติ หรือการเข้าถึงที่เท่าเทียมกัน ในที่นี้ "address" หมายถึง "ให้ความสนใจและพยายามจัดการ"

ที่มาหรือภูมิหลัง

การใช้ "address" ในความหมายว่า "จัดการกับปัญหา" เป็นที่ยอมรับกันดีในภาษาอังกฤษ ปรากฏในวลีอย่าง "address a concern" หรือ "address an issue" เมื่อรวมกับ "inequality" วลีนี้กลายเป็นที่ใช้บ่อยในการอภิปรายและรายงานด้านนโยบาย ในฐานะวิธีอธิบายความพยายามจัดการกับปัญหาร่วมแบบเป็นกลาง

บริบทที่พบบ่อย

คุณจะพบ "address inequality" ในข่าว บทสรุปงานวิจัย และการอภิปรายที่เป็นทางการ วลีนี้ค่อนข้างเป็นทางการและเป็นกลาง ผู้เขียนใช้เพื่ออธิบายว่ามีความพยายามเกิดขึ้น โดยไม่ตัดสินความพยายามนั้น

ตัวอย่าง

"The committee said its updated guidelines were intended to address inequality in how training opportunities were offered across different branch offices."

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

ตัวอย่างนี้บอกว่าคณะกรรมการสร้างแนวทางใหม่เพื่อจัดการกับความแตกต่างในการปฏิบัติ ในกรณีนี้คือการเข้าถึงการฝึกอบรมที่ไม่เท่ากันในแต่ละสำนักงาน แนวทางดังกล่าวเป็นการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ไม่เท่าเทียมนั้น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ผู้เรียนบางครั้งอ่าน "address" ในที่นี้ว่า "พูดกับ" ทำให้เกิดประโยคอย่าง "He addressed inequality to the audience" ในวลีนี้ "address" หมายถึงจัดการกับปัญหา จึงไม่ควรตามด้วย "to" และผู้ฟัง

Affect Communities

ความหมายตามตัวอักษร

เมื่อแยกทีละคำ "affect" หมายถึงมีอิทธิพลหรือส่งผลกระทบต่อบางสิ่ง และ "communities" คือกลุ่มคนที่อยู่อาศัยหรือทำงานร่วมกัน ตามตัวอักษร วลีนี้หมายถึงการส่งผลกระทบต่อกลุ่มเช่นนั้น

ความหมายที่ใช้จริง

"affect communities" หมายถึงเหตุการณ์ ความเปลี่ยนแปลง หรือสภาวะหนึ่งมีผลกระทบจริงต่อกลุ่มคน ซึ่งมักเป็นผลต่อชีวิตประจำวันของพวกเขา ผลกระทบอาจเป็นบวกหรือลบก็ได้ ตัววลีเองเป็นกลาง

ที่มาหรือภูมิหลัง

วลีนี้โปร่งใสและประกอบจากคำตรงตัวอย่างสมบูรณ์ จึงไม่มีประวัติซ่อนเร้น มันกลายเป็นที่ใช้บ่อยในงานข่าวและงานวิจัย เพราะผู้เขียนมักต้องอธิบายว่าพัฒนาการเพียงหนึ่งอย่างส่งผลถึงผู้คนจำนวนมากพร้อมกันอย่างไร รูปพหูพจน์ "communities" บ่งบอกว่ามีกลุ่มมากกว่าหนึ่งกลุ่มเข้ามาเกี่ยวข้อง

บริบทที่พบบ่อย

คุณจะพบ "affect communities" ในข่าว งานเขียนงานวิจัย และคำพูดที่เป็นทางการ วลีนี้เป็นกลางและค่อนข้างเป็นทางการ ผู้เขียนมักเพิ่มรายละเอียดหลังจากนั้นเพื่ออธิบายว่าชุมชนได้รับผลกระทบอย่างไรกันแน่

ตัวอย่าง

"Researchers studied how longer summer construction seasons affect communities along the river, paying close attention to noise levels and traffic during morning hours."

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

ตัวอย่างนี้บอกว่านักวิจัยศึกษาผลกระทบของการก่อสร้างที่ยืดยาวออกไปต่อผู้คนที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกเขาตรวจสอบว่าเสียงและการจราจรกระทบชีวิตประจำวันของกลุ่มคนเหล่านั้นอย่างไร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ผู้เรียนมักสับสนระหว่าง "affect" กับ "effect" "affect" คือคำกริยาที่คุณต้องใช้ในที่นี้ ("affect communities") ส่วน "effect" มักเป็นคำนาม การเขียน "effect communities" เป็นคำกริยาเป็นข้อผิดพลาดในการสะกดที่พบบ่อยมาก

Public Concern

ความหมายตามตัวอักษร

เมื่อแยกทีละคำ "public" หมายถึงเกี่ยวข้องกับผู้คนโดยทั่วไป และ "concern" คือความกังวลหรือความสนใจ ตามตัวอักษร วลีนี้หมายถึงความกังวลหรือความสนใจที่ผู้คนโดยทั่วไปมี

ความหมายที่ใช้จริง

"public concern" หมายถึงความกังวลหรือความสนใจอย่างเข้มข้นที่แพร่หลายในหมู่คนทั่วไปเกี่ยวกับหัวข้อหรือสถานการณ์หนึ่ง วลีนี้อธิบายความรู้สึกร่วม ไม่ใช่ความเห็นของคนเพียงคนเดียว

ที่มาหรือภูมิหลัง

วลีนี้ประกอบจากคำตรงตัว โดยรวมคำที่พบบ่อยสองคำเข้าด้วยกัน มันกลายเป็นที่ใช้บ่อยในวงการสื่อและงานเขียนที่เป็นทางการ ในฐานะวิธีรายงานแบบเป็นกลางว่าผู้คนจำนวนมากรู้สึกกังวลกับบางสิ่ง คำว่า "concern" มักได้รับเลือกแทนคำที่หนักกว่า เพราะฟังดูสุขุมและสมดุล

บริบทที่พบบ่อย

คุณจะพบ "public concern" ในข่าวและการอภิปรายที่เป็นทางการ มักอยู่ในวลีอย่าง "growing public concern" หรือ "a matter of public concern" วลีนี้เป็นกลางและค่อนข้างเป็นทางการ

ตัวอย่าง

"Growing public concern over the safety of an aging pedestrian bridge led officials to schedule a full inspection earlier than originally planned."

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

ตัวอย่างนี้บอกว่าคนทั่วไปจำนวนมากเริ่มกังวลว่าสะพานเก่ายังปลอดภัยหรือไม่ เนื่องจากความกังวลร่วมนั้นเพิ่มขึ้น เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจตรวจสอบสะพานเร็วขึ้น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ผู้เรียนบางครั้งใช้ "public concern" เป็นคำนามนับได้ แล้วเขียนว่า "a public concerns" หรือ "many public concern" โดยทั่วไปวลีนี้นับไม่ได้ จึงควรใช้โดยไม่มีตัวเลข เช่น "public concern" หรือ "widespread public concern"

Social Pressure

ความหมายตามตัวอักษร

เมื่อแยกทีละคำ "social" เกี่ยวข้องกับผู้คนและกลุ่ม และ "pressure" คือแรงที่กดดันบางสิ่ง ตามตัวอักษร วลีนี้สื่อถึงแรงที่มาจากผู้คนอื่น

ความหมายที่ใช้จริง

"social pressure" หมายถึงอิทธิพลที่ผู้คนรู้สึกได้จากคนรอบตัว ให้คิด ประพฤติ หรือตัดสินใจในแบบใดแบบหนึ่ง วลีนี้อธิบายแรงทางอ้อมที่เกิดจากความคาดหวังของกลุ่ม มากกว่าจะเป็นคำสั่งโดยตรง

ที่มาหรือภูมิหลัง

วลีนี้ประกอบจากคำตรงตัว และใช้ "pressure" ในความหมายเชิงเปรียบเทียบที่พบบ่อย คือแรงที่ไม่ใช่ทางกายภาพ ภาษาอังกฤษใช้ "pressure" ในลักษณะนี้อยู่แล้วในสำนวนอย่าง "under pressure" หรือ "pressure to perform" วลีนี้กลายเป็นมาตรฐานในงานเขียนเกี่ยวกับพฤติกรรมและสังคม ในฐานะวิธีที่ชัดเจนในการเรียกอิทธิพลของกลุ่ม

บริบทที่พบบ่อย

คุณจะพบ "social pressure" ในข่าว บทสรุปงานวิจัย และการสนทนาในชีวิตประจำวัน วลีนี้เป็นกลางและใช้ได้ทั้งในบริบททางการและกึ่งทางการ มักปรากฏพร้อมคำกริยาอย่าง "feel" "face" หรือ "resist"

ตัวอย่าง

"Some new members of the hiking club described feeling social pressure to keep up with faster walkers, even on trails that the group considered relaxed."

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

ตัวอย่างนี้บอกว่าสมาชิกใหม่ของชมรมรู้สึกถูกกลุ่มกดดันให้เดินเร็ว ไม่มีใครออกคำสั่งให้พวกเขา อิทธิพลนั้นมาจากความคาดหวังของผู้คนรอบตัว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ผู้เรียนบางครั้งใช้ "social pressure" เพื่อสื่อถึงกฎที่เข้มงวดหรือข้อกำหนดอย่างเป็นทางการ วลีนี้อธิบายอิทธิพลที่ไม่เป็นทางการจากกลุ่ม ไม่ใช่กฎหมายหรือคำสั่งที่เป็นทางการ

บทสรุป

การเขียนเกี่ยวกับสังคมพึ่งพากลุ่มวลีที่มั่นคงกลุ่มหนึ่ง "raise awareness" อธิบายการกระจายความรู้ "address inequality" อธิบายการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ไม่เท่าเทียม "affect communities" อธิบายผลกระทบต่อกลุ่มคน "public concern" เรียกความกังวลร่วม และ "social pressure" เรียกอิทธิพลของกลุ่มแบบไม่เป็นทางการ แต่ละวลีรายงานบางสิ่งอย่างเป็นกลาง ไม่มีวลีใดบอกว่าคุณควรเชื่ออะไร

เมื่อคุณอ่านบทความและการอภิปรายเกี่ยวกับหัวข้อทางสังคม จงชะลอความเร็วลงที่วลีเหล่านี้ แล้วถามว่าแต่ละวลีกำลังทำหน้าที่อะไรในประโยค มันกำลังอธิบายความรู้ การกระทำ ผลกระทบ ความกังวล หรืออิทธิพล การสะสมวลีเหล่านี้ไว้ชุดเล็ก ๆ และกลับไปทบทวนในเนื้อหาจริงจะช่วยให้การอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวกับสังคมชัดเจนขึ้นทั้งในการสอบและในภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน