วลีภาษาอังกฤษเชิงวิชาการสำหรับการอ่านที่พบบ่อย: According To, In Contrast และ As a Result

วลีภาษาอังกฤษเชิงวิชาการสำหรับการอ่านที่พบบ่อย: According To, In Contrast และ As a Result

เมื่อคุณอ่านบทความเชิงวิชาการ บทหนึ่งของหนังสือเรียน หรือบทอ่านในข้อสอบ TOEIC, TOEFL, IELTS หรือ SAT ส่วนที่ยากที่สุดมักไม่ใช่ตัวคำศัพท์เอง แต่เป็นการติดตามตรรกะ ผู้เขียนใช้วลีเชื่อมเล็ก ๆ เพื่อบอกคุณว่าแนวคิดต่าง ๆ สัมพันธ์กันอย่างไร เช่น ข้อมูลมาจากที่ใด สองสิ่งต่างกันอย่างไร และอะไรเป็นเหตุของอะไร

บทความนี้พิจารณาวลีห้าวลีเหล่านั้น แต่ละวลีทำหน้าที่เหมือนป้ายบอกทางในบทอ่าน เมื่อคุณเรียนรู้ที่จะมองหาวลีเหล่านี้ได้แล้ว คุณก็สามารถคาดเดาสิ่งที่จะตามมาและอ่านได้เร็วขึ้นพร้อมกับความเข้าใจที่ดีขึ้น

According To

ความหมายตามตัวอักษร

หากดูทีละคำ "according to" ประกอบขึ้นจาก "according" ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสอดคล้องหรือการตรงกัน กับคำบุพบท "to" เมื่อรวมกันก็ชี้ไปยังแหล่งที่มาที่ผู้เขียนกำลังเห็นพ้องด้วยหรือกำลังอ้างถึง

ความหมายที่ใช้จริง

"According to" บอกผู้อ่านว่าข้อมูลที่ตามมามาจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ใช่จากความเห็นของผู้เขียนเอง วลีนี้ใช้นำการอ้างอิง การศึกษา รายงาน หรือบุคคล

ที่มาหรือภูมิหลัง

วลีนี้เป็นวลีที่มีความหมายโปร่งใสและประกอบขึ้นตามความหมายของคำ ไม่ใช่สำนวนที่มีเรื่องราวซ่อนอยู่ คำนี้กลายเป็นคำเชื่อมเชิงวิชาการมาตรฐาน เพราะงานเขียนเชิงทางการต้องแยกเสียงของผู้เขียนออกจากแหล่งภายนอกอย่างชัดเจน "According to" เป็นวิธีที่เป็นกลางที่สุดในการทำเช่นนั้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่คำนี้ปรากฏอยู่ตลอดในบทความวิจัยและบทอ่านข้อสอบ

บริบทที่พบบ่อย

คุณจะพบวลีนี้ในบทความเชิงวิชาการ รายงานข่าว และบทอ่านข้อสอบ ซึ่งมักอยู่ต้นประโยค คำนี้เป็นทางการและเป็นกลาง จึงเหมาะกับเรียงความและรายงาน

ตัวอย่าง

"According to the report, sales of electric vehicles grew steadily over the past five years."

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

ประโยคนี้ทำให้ชัดเจนว่าข้อกล่าวอ้างเรื่องยอดขายที่เติบโตขึ้นนั้นมาจากรายงาน ไม่ใช่จากผู้เขียน ผู้เขียนกำลังส่งต่อข้อมูล ไม่ได้กำลังระบุความเชื่อส่วนตัว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ผู้เรียนมักเขียนว่า "according to me" เพื่อบอกความเห็นของตน วิธีนี้ไม่ถูกต้อง เพราะ "according to" ใช้นำแหล่งภายนอก หากต้องการบอกมุมมองของตนเอง ให้ใช้ "in my opinion" หรือ "I think" แทน

In Contrast

ความหมายตามตัวอักษร

"Contrast" หมายถึงความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างสองสิ่ง เมื่อมีคำบุพบท "in" วลีนี้ตามตัวอักษรจึงชี้ไปยังตำแหน่งของความแตกต่าง

ความหมายที่ใช้จริง

"In contrast" ส่งสัญญาณว่าผู้เขียนกำลังจะเปรียบเทียบสองแนวคิดและเน้นว่าทั้งสองต่างกันอย่างไร วลีนี้บอกผู้อ่านว่า ประเด็นต่อไปคือสิ่งที่ตรงข้าม หรือแตกต่างอย่างมาก จากสิ่งที่มาก่อน

ที่มาหรือภูมิหลัง

ที่มาแน่ชัดยังไม่กระจ่าง แต่ "contrast" เข้าสู่ภาษาอังกฤษผ่านรากศัพท์ภาษาละตินและฝรั่งเศสที่เกี่ยวข้องกับการยืนต้านบางสิ่ง ในฐานะคำเชื่อม "in contrast" กลายเป็นมาตรฐานในงานเขียนเชิงวิชาการ เพราะการเปรียบเทียบเป็นทักษะวิชาการหลัก และผู้เขียนต้องการวิธีที่ชัดเจนในการบ่งบอกการเปลี่ยนไปสู่ด้านตรงข้าม

บริบทที่พบบ่อย

วลีนี้ปรากฏในเรียงความเชิงวิชาการ งานเขียนทางวิทยาศาสตร์ และบทอ่านข้อสอบที่เปรียบเทียบสองกลุ่ม สองช่วงเวลา หรือสองทฤษฎี คำนี้เป็นทางการและใช้ได้ดีต้นประโยค

ตัวอย่าง

"Urban residents tended to use public transport daily. In contrast, rural residents relied mostly on private cars."

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

วลีนี้บอกผู้อ่านว่าประโยคที่สองนำเสนอสถานการณ์ที่ตรงข้ามกัน ผู้อยู่อาศัยในเมืองและผู้อยู่อาศัยในชนบทมีพฤติกรรมต่างกัน และ "in contrast" ก็บ่งบอกความแตกต่างนั้น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ผู้เรียนบางครั้งสับสนระหว่าง "in contrast" กับ "on the contrary" "In contrast" เปรียบเทียบสองสิ่งที่ต่างกัน ในขณะที่ "on the contrary" แก้ไขข้อความที่ผิด การใช้ "on the contrary" สำหรับการเปรียบเทียบธรรมดาจะฟังดูแปลกสำหรับผู้อ่านที่เป็นเจ้าของภาษา

As a Result

ความหมายตามตัวอักษร

"Result" คือผลลัพธ์ของบางสิ่ง เมื่อมี "as a" วลีนี้ตามตัวอักษรจึงบรรยายถึงบางสิ่งที่เกิดขึ้นในรูปของผลลัพธ์

ความหมายที่ใช้จริง

"As a result" ส่งสัญญาณบอกเหตุและผล วลีนี้บอกผู้อ่านว่าสิ่งที่ตามมาเกิดขึ้นเพราะสถานการณ์ที่บรรยายไว้ก่อนหน้า มันบ่งบอกผลที่ตามมาในลำดับของการให้เหตุผล

ที่มาหรือภูมิหลัง

วลีนี้เป็นคำเชื่อมที่มีความหมายโปร่งใสอีกคำหนึ่ง คำนี้กลายเป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในงานเขียนเชิงทางการ เพราะการอธิบายเหตุและผลเป็นหัวใจของการให้เหตุผลเชิงวิชาการ "As a result" ให้ผู้เขียนมีวิธีที่ชัดเจนและเป็นกลางในการบ่งบอกผลที่ตามมาโดยไม่ฟังดูเชิงอารมณ์

บริบทที่พบบ่อย

วลีนี้ปรากฏในบทความเชิงวิชาการ ตำราประวัติศาสตร์ และบทอ่านข้อสอบที่อธิบายว่าทำไมบางสิ่งจึงเกิดขึ้น คำนี้เป็นทางการและมักอยู่ต้นประโยคหรือตามหลังเครื่องหมายจุลภาค

ตัวอย่าง

"The factory reduced its energy use significantly. As a result, its operating costs fell over the next year."

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

วลีนี้บอกผู้อ่านว่าต้นทุนที่ลดลงเกิดจากการใช้พลังงานที่ลดลง แนวคิดที่สองคือผลของแนวคิดแรก

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ผู้เรียนบางครั้งใช้ "as a result" ทั้งที่ไม่มีความเชื่อมโยงเชิงเหตุและผลจริง ๆ เพียงเพื่อเชื่อมสองประโยคเข้าด้วยกัน หากแนวคิดที่สองไม่ได้เกิดจากแนวคิดแรกจริง ให้ใช้คำเชื่อมที่เป็นกลางอย่าง "in addition" แทน

Play a Role In

ความหมายตามตัวอักษร

ตามตัวอักษร การ "play a role" หมายถึงการแสดงบทบาท เหมือนนักแสดงในละคร "In" ชี้ไปยังสถานการณ์ที่บทบาทนั้นถูกแสดงออกมา

ความหมายที่ใช้จริง

ในภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ "play a role in" หมายถึงการมีส่วนช่วย หรือมีผลต่อ กระบวนการหรือผลลัพธ์หนึ่ง มักปรากฏร่วมกับคำอย่าง "important," "key" หรือ "major" เพื่อแสดงว่าการมีส่วนช่วยนั้นใหญ่เพียงใด

ที่มาหรือภูมิหลัง

วลีนี้ยืมภาพจากโรงละคร ที่นักแสดงแต่ละคนมีบทบาทหนึ่ง เส้นทางที่แน่ชัดสู่งานเขียนเชิงวิชาการยังไม่กระจ่าง แต่อุปลักษณ์นี้มีประโยชน์ เพราะช่วยให้ผู้เขียนบรรยายปัจจัยหนึ่งในบรรดาหลายปัจจัยได้ โดยไม่อ้างว่าปัจจัยนั้นเป็นสาเหตุเดียว

บริบทที่พบบ่อย

วลีนี้พบบ่อยในงานเขียนทางวิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา และบทอ่านข้อสอบที่ถกประเด็นปัจจัยและสาเหตุ คำนี้ค่อนข้างเป็นทางการและเหมาะกับทั้งเรียงความและรายงาน

ตัวอย่าง

"Researchers found that sleep quality plays an important role in memory and learning."

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

ประโยคนี้บอกว่าคุณภาพการนอนหลับเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ส่งผลต่อความจำและการเรียนรู้ มันมีส่วนช่วยต่อผลลัพธ์ แต่ไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะสาเหตุเดียว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ผู้เรียนมักละคำบุพบทหรือใช้คำผิด โดยเขียนว่า "play a role for" หรือ "play a role of" การจับคู่คำที่ถูกต้องคือ "play a role in" ตามด้วยคำนามหรือกริยานาม (gerund)

Be Likely To

ความหมายตามตัวอักษร

"Likely" เกี่ยวข้องกับความน่าจะเป็นหรือความคล้ายคลึงกับสิ่งที่คาดหมายไว้ "Be likely to" บวกกับคำกริยา ตามตัวอักษรจึงบรรยายถึงบางสิ่งที่มีโอกาสสูงที่จะเกิดขึ้น

ความหมายที่ใช้จริง

"Be likely to" สื่อถึงความน่าจะเป็น วลีนี้บอกผู้อ่านว่าผลลัพธ์หนึ่งมีความน่าจะเป็นแต่ไม่แน่นอน วลีนี้เป็นวลีที่ใช้ระมัดระวังถ้อยคำ พบบ่อยในงานเขียนเชิงวิชาการที่ระมัดระวัง ซึ่งหลีกเลี่ยงการกล่าวอ้างเกินจริง

ที่มาหรือภูมิหลัง

"Likely" มีความหมายว่า "น่าจะเป็น" ในภาษาอังกฤษมานานแล้ว เมื่องานเขียนเชิงวิชาการพัฒนาขึ้น ภาษาที่ใช้ระมัดระวังถ้อยคำก็กลายเป็นสิ่งจำเป็น เพราะนักวิจัยแทบไม่กล่าวอ้างถึงความแน่นอนเต็มที่ "Be likely to" จึงกลายเป็นวิธีมาตรฐานที่ระมัดระวังในการสื่อถึงความน่าจะเป็น

บริบทที่พบบ่อย

วลีนี้ปรากฏอยู่ตลอดในบทความเชิงวิชาการ บทสรุปงานวิจัย และบทอ่านข้อสอบ โดยเฉพาะเมื่อบรรยายแนวโน้ม การคาดการณ์ หรือผลการศึกษา คำนี้เป็นทางการและเป็นกลาง

ตัวอย่าง

"Students who review regularly are likely to perform better on final exams."

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

ประโยคนี้ระบุว่าการทบทวนอย่างสม่ำเสมอน่าจะนำไปสู่ผลการสอบที่ดีกว่า คำว่า "likely" ส่งสัญญาณบอกแนวโน้มที่หนักแน่น ไม่ใช่การรับประกัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ผู้เรียนบางครั้งปฏิบัติต่อ "likely" ราวกับมีความหมายว่า "certainly" ในการอ่าน การพลาดการระมัดระวังถ้อยคำนี้อาจทำให้เข้าใจผิด เพราะประโยคที่มี "likely" เป็นข้อความเรื่องความน่าจะเป็น ดังนั้นอย่าอ่านมันเป็นข้อเท็จจริงสัมบูรณ์ในข้อสอบ

บทสรุป

วลีทั้งห้านี้ ได้แก่ according to, in contrast, as a result, play a role in และ be likely to ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับ แต่ละวลีส่งสัญญาณบอกความสัมพันธ์ที่เฉพาะเจาะจง ได้แก่ แหล่งที่มา ความแตกต่าง สาเหตุ ปัจจัยที่มีส่วนช่วย หรือความน่าจะเป็น เมื่อคุณอ่านบทเชิงวิชาการและบทอ่านข้อสอบ ให้ชะลอลงตรงวลีเหล่านี้และถามว่าวลีกำลังบอกอะไรคุณ "According to" หมายถึงให้หาแหล่งที่มา "In contrast" หมายถึงให้คาดหวังสิ่งตรงข้าม "As a result" หมายถึงให้มองย้อนกลับไปหาสาเหตุ การฝึกสายตาให้สังเกตคำเชื่อมเหล่านี้จะทำให้บทอ่านยาว ๆ รู้สึกเป็นระเบียบมากขึ้นและคำตอบของคุณแม่นยำมากขึ้น